หัวใจวายมีหลายแบบเช่น โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน  เกิดจากภาวะที่เกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดหัวใจอย่างเฉียบพลัน เกิดขึ้นเมื่อไรก็ได้ ในบางรายอาจมีสุขภาพปกติแข็งแรงแต่อยู่ดีๆ ก็กลับมีอาการผิดปกติเช่น แน่นหน้าอก รู้สึกอึดอัด เหนื่อย เกิดขึ้นเกิดจากการสูบฉีดเลือดอย่างรุนแรงจากการดูหนังโป๊หรือการช่วยตัวเองมากเกินไป อย่างที่สอง หัวใจห้องซ้ายล้มเหลว (left-sided heart failure) คือหัวใจห้องซ้ายจะรับเลือดที่ฟอกแล้วจากปอดและจะสูบฉีดไปเลี้ยงทั่วร่างกาย หัวใจข้างนี้จะแข็งแรงกว่าหัวใจห้องอื่น เห็นห้องหัวใจที่สำคัญต่อร่างกายที่สุด! หากหัวใจข้างนี้วายร่างกายจะไม่สามารถสูบฉีดเลือดทำให้เลือดคั่งในปอด โดยเกิดภาวะที่เรียกว่าน้ำท่วมปอด (Pulmonary edema) หากขาดห้องซ้ายของตัวใจ ก็เหมือนปราศจากชีวิตหรือการเก็บกดจากหนังโป๊ ช่วยตัวเองอย่างรุนแรง ทำให้หัวใจวายได้

นอกจากการดูหนังโป๊ หรือหนังAVแล้ว การxxxกับคู่นอนที่ซาดิส รุงแรงจนทำให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานผิดปกติ นั้นสามารถทำให้หัวใจวายได้อย่างง่าย โดยเฉพาะคนไม่ออกกำลังกายมาก่อน เพราะการxxxนั้นจะกระตุ้นฮอร์โมนต่างๆออกมา รวมทั้งการสูบฉีดเลือดจากหัวใจมาหล่อเลี้ยงด้วยรวมทั้งควยของหนุ่มๆ และฮอร์โมนการฟักใข่ของสาวๆที่ทำหน้าที่ทำให้รังใข่ที่หีเร่งการผสมกับอสุจิด้วย หากมีการเล่นท่ายากระหว่างหีกับควยแล้ว หัวใจกระเต้นเร็วขึ้น อารมณ์หื่นมาอย่างรุนแรง โดยเฉพาะคนโรคจิตเก็บกดจากหนังโป๊ พวกเค้าจะทำตามตัวอย่างหนังที่เก็บไว้ในหัว จินตนาการยังไง ร่างกายเค้าจะออกมาอย่างนั้นดั่งหนังxที่พวกเค้าคิด

จัดหลายยกมีผลสุ่มเสียง เพราะการxxxกันหลายชั่วโมงติดๆกันทำให้เกิดการหลั่งของน้ำกามออกมาของทั้งหญิงและชาย ซึ่งทำให้หัวใจนั้นเต้นเร็วขึ้น อาจเกิดการเกร็งของกล้ามเนื้อห้องซ้ายซึ่งเป็นส่วนสำคัญของหัวใจ โดยจุดสุดยอดนั้นอาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ เกิดการผิดปกติของร่างกายได้ ผลมาจากการxxxหลายยกมากเกินไป เพราะโดยทั่วไปการมีsexของหนังโป๊หรือหนังAVเค้ายกเดียวกันก็พอแล้ว ขึ้นอยู่กับว่าหลั่งยากง่ายก็ว่าไป โดยเฉพาะหนุ่มๆที่หลั่งง่าย พวกเค้าต้องการหลายยก ซึ่งทำให้หัวใจเต้นหนัก เต้นไวทำงานหนักมากกว่าเดิม

พลังงานที่ผู้สูงอายุควรได้รับ

ผู้สูงอายุควรได้รับพลังงานอย่างเพียงพอไม่ควรน้อยกว่าวันละ 1,500-2,000 กิโลแคลอรี โดนต้องรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และหลากหลาย วันละ 3 มื้อไม่ขาดไม่เกิน ทานพอประมาณ และมีอาหารว่าง 2 มื้อ ซึ่งทุกมื้อควรมีผักผลไม้เพื่อเพิ่มกากอาหารให้การทำงานอย่างดีของการย่อย

พลังงานที่คนท้องควรได้รับ

การรับประทานที่ตามใจตัวเอง ตามใจตัวเองมากเกินไปทำให้น้ำหนักคุณแม่ตั้งท้องขึ้นพรวดอย่างตกใจจนยากที่จะควบคุมได้ เพราะคนท้องต้องการพลังงานสูงอัตราอัตราส่วนที่เหมาะสมของอายุครรภ์และน้ำหนักตัวขณะตั้งครรภ์ควรที่จะสัมพันธ์กันอย่างไรถึงจะเรียกได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ปกติสำหรับคนท้อง

  • เดือนที่ 1-3 น้ำหนักควรเพิ่มขึ้น 1-1.5 กิโลกรัม

  • เดือนที่ 4-6 น้ำหนักควรเพิ่มขึ้นอีก 4-5 กิโลกรัม

  • เดือนที่ 7-9 น้ำหนักควรเพิ่มขึ้นอีก 5-6 กิโลกรัม

เฉลี่ยแล้วน้ำหนักครรภ์ตลอดทั้ง 8-10 เดือน ควรอยู่ที่ประมาณ 10-15 กิโลกรัม เป็นพอดีอย่าให้ขาดให้เกิน เพราะนั่นแสดงว่าเด็กในครรภ์ผอมหรืออ้วนเกินไป

สารอาหารที่่ควรได้รับ

1.พลังงาน เนื่องจากหญิงตั้งครรภ์มีการเผาผลาญอาหารในร่างกายเพิ่มมากขึ้นและยังมีทารกในครรภ์ที่กำลังเติบโตขึ้นทุกวัน หญิงตั้งครรภ์จึงต้องการปริมาณแคลอรี่เพิ่มขึ้นจากภาวะร่างกายปกติ 20% ส่วนคนสูงอายุ ควรได้รับอย่างปกติ ไม่ขาดไม่เกินจากน้ำหนักปกติ เพราะทำให้ระบบการย่อยทำงานมากเกินไป

2.โปรตีน เป็นสารที่ใช้ในการสร้างเนื้อเยื่อในร่างกายของมารดาและเด็ก อีกครึ่งหนึ่งสำหรับการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ ดังนั้นความต้องการโปรตีนจึงเพิ่มมากขึ้นเป็นสองเท่า-3เท่า ส่วนคนสูงอายุทานปกติ ทานแล้วครบหลัก 5 หมู่ไม่ควรทานโปรตีนเยอะเกินไป ย่อยยากกว่าปกติ

3.แคลเซียม เป็นสารจำเป็นในการสร้างกระดูกและฟันของเด็กสร้างน้ำนมของมารดาระหว่างตั้งครรภ์แคลเซียมของมารดาและทารกเพิ่มขึ้นในช่วงที่ 2 และ 3 และจะสูงสุดในเดือนสุดท้ายก่อนคลอด

4.เหล็ก ร่างกายหญิงตั้งครรภ์ต้องใช้เหล็กเพื่อที่จะทำให้เม็ดเลือดแดงมีมากพอที่จะลำเอียงเอาออกซิเจนจากเลือดแม่ไปยังระบบไหลเวียนของลูก ธาตุเหล็กเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับทารก เพื่อนำไปสร้างเม็ดโลหิต และกล้ามเนื้อเมื่ออายุครรภ์มากขึ้น

5.ไอโอดีน สารไอโอดีนเป็นสาระสำคัญมากสำหรับหญิงตั้งครรภ์ เพราะหลังจากตั้งครรภ์ได้ 4 เดือน ต่อมไทรอยด์จะทำงานเพิ่มขึ้นในการทำงานด้านต่างๆของร่างกาย ดังนั้นหญิงตั้งครรภ์จึงต้องการไอโอดีนสูงกว่าคนปกติ เพื่อนำไปใช้ในการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ส่วนคนสูงอายุนั้นไม่ต้องการมาก เพราะร่างกายไม่ได้ใช้อะไร

6.กรดโฟลิก สารนี้มีบทบาทในการแบ่งตัวของเซลล์ ดังนั้นจึงจำเป็นต่อการตั้งครรภ์ในระยะแรกซึ่งเซลล์กำลังมีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว ถ้าขาดกรดโฟลิก (Folic acid) ในช่วงนี้ จะทำให้การแบ่งเซลล์ของทารกผิดปกติ ดังนั้นการให้กรดโฟลิก (Folic acid) เสริมในระยะต่อการตั้งครรภ์และขณะตั้งครรภ์ในระยะแรก จะช่วยลดอุบัติการณ์การเกิดความผิดปกติทางระบบประสาทส่วนกลาง (Neural tube defects : NTD) ในมารกได้สารอาหารที่กรดโฟลิก ได้แก่ ผักใบเขียวเข้ม ถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ ผลไม้จำพวกส้ม กล้วย

7.วิตามิน เป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับมารดาและคนสูงอายุในการบำรุงส่วนต่างๆของร่างกาย อีกทั้งระยะก่อนคลอดและหลังคลอด แม้ว่าหน้าที่เฉพาะของวิตามินในทารก ยังไม่มีการรายงานการวิจัยยืนยันอย่างชัดเจนก็ตามว่าบำรุงส่วนไหนของทารก แต่ก็คงมีความสำคัญเช่นการ บำรุงสมอง และการเติบโตของทารก การได้รับสารอาหารนี้ในจำนวนเพียงพอ ย่อมทำให้มารดาและทารกมีสุขภาพที่ดีรวมทั้งคนสูงอายุ

Cr. www. bumru ngrad.com/th/medical-clinics-bangkok-thailand/geriatric/services/nutrition , www. pregna ncysquare.com , www. formuma ndme. com /article.php?a=1187

หลักง่ายๆในการลดความอ้วนก็ไม่มีอะไรมาก ถ้าBasicไม่ต้องพูดถึงการคำนวนแคลอรี่ แต่การลดที่ผิดวิธีก็คือ 3 อย่างนี้นะ!

  1. อดแป้ง ทำให้น้ำหนักลดเร็วมากในช่วงแรก เพราะแป้งนั้นทำให้ร่างกายอุ้มน้ำมากขึ้น (Glycogen 1 กรัม มีน้ำ 3 กรัม ทำให้ตัวหนัก) ช่วงแรกที่อดแป้ง คือน้ำหนักลดฮวบ แต่ผลที่ตามมาอาจเยอะกว่านี้ เพราะร่างกายอาจขาดสารอาหาร
  2. ลดอาหาร กินน้อยลงเรื่อย: หลายๆคนพอน้ำหนักตัน ก็ต้องลดอาหารอีก ทำให้ร่างกายชินกับการได้รับพลังงานน้อยๆไร้เรียวแรง ขาดการสร้างพลังงานที่ดีไปสู่ร่างกาย
  3. ออกกำลังกายเยอะเกินไป: และประกอบกับความใจร้อน อย่างนี้ไม่ดีแน่ ทำให้ Cardio อาทิตย์ละแทบทุกวัน เพราะอยากเห็นน้ำหนักลดเร็วๆหัวใจทำงานเร็วเกินไปนะ! ผลก็คือ กล้ามเนื้อหาย เพราะไม่มีไขมันมาเป็นกล้ามเนื้อปกครุม เหลือแต่กระดูกกับไขมัน

หลักง่ายๆในการลดน้ำหนักมีดังนี้

  1. เลือกเข้าร้านอาหารที่มีอาหารแคลอรี่ต่ำหรืออาหารปลอดไขมันบริการ
  2. งดเข้าร้านอาหารแบบบุฟเฟต์หรือแบบเหมาจ่ายนอกบ้าน
  3. เลือกผลิตภัณฑ์นมแบบ non-fat แทนแบบธรรมดา
  4. อย่าบริโภคอาหารเวลาขับรถ
  5. บริโภคของว่างมื้อเล็กๆรองท้องก่อนไปงานปาร์ตี้เสมอ
  6. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ความเหนื่อยจะทำให้คุณหิวและกินมากขึ้น
  7. เคี้ยวอาหารให้ละเอียดอย่างน้อย 20 ครั้งต่อคำ ก่อนจะกลืนมันลงไปทุกครั้ง
  8. ยกน้ำหนัก 20 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายเผาผลาญไขมันกลายเป็นกล้ามเนื้อ
  9. จัดโปรแกรมการออกกำลังให้เป็น 10 นาทีต่อรอบ เพื่อให้ทำมันได้ง่ายและบ่อยกว่า
  10. เลือกน้ำสลัดแบบไขมันต่ำหรือปลอดไขมันจะดีที่สุด
  11. จัดให้มีอาหารประเภทโปรตีนในมื้ออาหารทุกมื้อ เพราะร่างกายจะใช้เวลาย่อยโปรตีนนานกว่าคาร์โบไฮเดรต
  12. หายใจลึกๆยาวๆหลายๆครั้งก่อนกินอาหารแต่ละมื้อ
  13. ใช้บันไดแทนลิฟต์ให้ได้มากที่สุด
  14. เพิ่มการบริโภคแคลเซียมเพราะได้มีผลวิจัยอกมาว่า แคลเซียมช่วยเรื่องน้ำหนักได้ดีกว่า
  15. อย่าบังคับตัวเองให้บริโภคให้หมดจานเพราะเสียดายของเหลือ
  16. นางแบบ คลอเดีย ชิฟเฟอร์ มีอาหารว่างประจำคือองุ่นดำหรือน้ำมะเขือเทศ
  17. บริโภคผักสดแทนผักที่ผ่านการปรุงแล้วใส่อาหารมื้อเย็นครึ่งหนึ่งที่คิดจะกินลงในชามข้าวหมาตัวโปรดก่อนทุกครั้ง
  18. หาเพื่อ่นสนิทมาทำโปรแกรมลดน้ำหนักด้วยกัน จะได้สนุกขึ้น
  19. เลือกทาสีเล็บหรือถักนิตติ้งเวลาดูทีวีแทนการหยิบขนมใส่ปาก เพื่อไม่ให้มือว่างด้วย
  20. บริโภคของหวานปิดท้ายมื้ออาหารเพื่อบอกร่างกายว่า มื้อนี้สิ้นสุดลงแล้ว อย่าหาอะไรใส่ปากอีก
  21. แช่องุ่นไว้ในช่องแช่แข็ง เพื่อเป็นของหวานยามต้องการ
  22. เวลาไปกินข้าวนอกบ้าน ห้ามเข้าร้านพิซซ่าหรือภัตตาคารอาหารจีนเด็ดขาด
  23. บริโภคผลไม้เช่นแตงโม ซึ่งอุดมด้วยน้ำ เพื่อไม่ให้ร่างกายขาดน้ำและผลไม้นี้ยังมีแคลอรี่ต่ำอีกด้วย

 

การลดน้ำหนักที่ดี ต้องหาผลไม้สำหรับบำรุงในการลดน้ำหนักก็คือกล้วย แล้วกล้วยนั้นมีมีอะไรดีบ้าง?

  1. วิตามินบี 1 และบี 2 จะช่วยเร่งการเผาผลาญน้ำตาลและไขมัน ป้องกันอาการตัวบวม และฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้า
  2. เกลือแร่ อย่าง โปรเตสเซียม ที่ช่วยในการขับโซเดียมออกทางปัสสาวะรวมถึงแมกนีเซียม ซึ่งช่วยควบคุมความดันเลือด และการทำงานของแคลเซียม
  3. เส้นใยอาหาร ซึ่งช่วยในการบรรเทาอาการท้องผูก
  4. ช่วยทำดีท็อกซ์ได้อย่างดี เพราะแป้งในกล้วยดิบมีฤทธิ์ในการขับสารพิษออกจากร่างกาย ส่วนในกล้วยสุกมันจะช่วยเพิ่มความต้านทานของร่างกาย และป้องกันหวัดได้เป็นอย่างดี
  5. สารโพลีฟินิล ที่มีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่
  6. สารยูจินอล ช่วยเร่งการพัฒนาสภาพร่างกาย
  7. อันนี้สาวๆน่าจะชอบ สารเซโรโทนิน ช่วยลดความหงุดหงิด และทำให้ความอยากอาหารลดลง
  8. มีเอ็นไซต์ช่วยในการย่อย ทำให้การย่อย การดูดซึมอาหารมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น กระเพาะและลำไส้จึงไม่ต้องทำงานหนัก
  9. น้ำตาลในกล้วย เช่น กลูโคส ฟลุกโตส ซูโคส ช่วยเพิ่มสมาธิในการทำงาน พร้อมกับช่วยลดความต้องการในการบริโภคน้ำตาลในแต่ละวันลดลง
  10. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเซลล์ NK ซึ่งเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่ในการจัดการกับมะเร็ง

Cr .www.t haifitandfirm. com , bedtaled idea. com , fitjun ctions. com/fatvsweight/

วัฒนธรรมธรรมไทย ทำไมเปราะบาง ???
ผมนั่งอ่านอาการดราม่าของสังคมไทยระหว่างกระทรวงผักชีและ MV ของ เก่ง ธชย พลางตกผลึกความคิดได้ว่า “แก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นาน”
ศิลปวัฒนธรรมธรรมใดๆ ก็ตาม หากแตะต้องไม่ได้ ไม่มีการปรับให้ทันยุคสมัย สุดท้ายมันจะเป็นรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่น่าภาคภูมิใจ แต่ตายไปพร้อมกับกาลเวลา
ถามว่า…นอกจากทีโรงเรียนบังคับให้เสียตังค์ไปทัศนศึกษา เพื่อดูโขนที่โรงละครแห่งชาติแล้ว มีใครสนใจจะไปดูนอกเหนือจากนั้นมั้ยครับ แทบจะไม่มี
เพราะมันเข้าถึงยาก ทั้งที่ตอนที่ผมได้ดูตอนเด็กๆ นั้น ผมตื่นตาตื่นใจไปกับการแต่งองค์ทรงเครื่อง ปี่พาทย์โหมโรง เสียงขับร้องที่บาดใจ อีกทั้งยังการร่ายรำที่อ่อนช้อยงดงามแต่ทรงพลัง หนุมานดูจะเป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆในวัยนั้น ด้วยบุคลิกลักษณะ ผมกับเพื่อนๆ ยังมาเล่นกันที่สนามหญ้าโรงเรียน ทุกคนมักจะแย่งกันเป็นหนุมานเสมอ
แต่ถึงแม้ผมจะประทับใจตื่นตาตื่นใจแค่ไหน ไม่นานผมก็ลืมเลือนมันไป เพราะมันเข้าถึงยากเหลือเกิน…
ประเทศอื่นๆ เขาส่งออกวัฒนธรรมไปไกลระดับโลก ไม่ว่าจะชุดกิโมโนในหนังญี่ปุ่น ที่ทั่วโลกได้เข้าถึงวัฒนธรรมเครื่องแต่งกายของชาวอาทิตย์อุทัยอย่างลึกซึ้ง อุลตร้าแมนที่มีหนัง Hollywood เป็นของตัวเอง รวมไปถึงลายธงชาติอังกฤษบนรองเท้า converse ที่ส่งขายทั่วโลกและขายดีถล่มทลาย อีกทั้งผมยังใจสั่นทุกครั้ง ที่เห็นภาพสาวๆ จากหาดฟลอริด้า หรือฮาวาย ที่ใส่บิกินี่ลายธงชาติอเมริกาปิดบังบั้นท้ายอันงอนงาม
เหล่านั้น คือ ประเทศที่พัฒนาแล้ว
แต่อย่าไปน้อยใจเลยครับ ประเทศเราก็พัฒนาแล้ว (พัฒนาแล้วได้แค่นี้)
อีกอย่าง…
เราจำเป็นต้องกราบไหว้บูชาและให้เกียรติยักษ์ ที่พยายามจะเอาลูกตัวเองทำเมียเหรอ ???
เราจำเป็นต้องกราบไหว้บูชาและให้เกียรติยักษ์ เจ้าชู้ จนเกิดศึกล้างบ้านล้างเมืองจนวงศาคณาญาติตายเหี้ยนเตียน เพราะความมักมากในกามของตนเองเหรอ ???
นี่ยังไม่รวมความวายร้ายของทศกัณฐ์สมัยที่เป็น นนทก ยังไม่รีบอร์นมาเป็นทศกัณฐ์ อีกนะมึ๊งงงงงงงงงง พ่อเล่นฆ่าเทวดานางฟ้าซะเหี้ยนเตียน จนพระนารายต้องมาปราบ
เห็นมั้ยยยยยยยย ทศกัณฐ์แคะขนมครก ถ่ายเซลฟ์ฟี่แม่งดูมุ้งมิ้งไปเลย ดูเป็นยักษ์ คิ้วท์ๆ
และที่สำคัญที่สุด…!!!
ทั้งหมดทั้งมวลที่ผมกล่าวมา
“มันเป็นเรื่องแต่ง…!!!”
ชาวอารยันการแต่งวรรณกรรมเรื่อง รามายณะ ยกตนเองเป็นฝ่ายพระราม และยกตัวทศกัณฐ์เป็นตัวแทนของชาวทราวิฑหรือทัสยุ ซึ่งเป็นชนชาวผิวดำที่อยู่ทางตอนใต้ของอินเดียในสมัยโบราณ
นี่มันมหากาพท์ แห่งการเหยียดชาติพันธุ์ชัด
แตะต้องไม่ได้ เข้าถึงได้ยาก เข้าใจก็ยาก…!!!
วัฒนะธรรมไทยเหรอ ?
เปล่า…!!! ผู้ใหญ่บ้านเราเนี่ยแหละ…!!!
ดีแล้วล่ะครับ ที่กลับลำทัน ใช้วิกติให้เป็นโอกาส ถึงแม้จริงๆ ผมจะอดคิดไม่ได้ ว่ามันเป็นแผนการตลาดของ…รึเปล่า..???

CR.ภิรมย์

เทคนิคดูแลผิวโดยไม่ต้องไปเข้าคอสให้เสียเงิน ทำได้ง่ายทำด้วยตัวเอง ไม่ต้องลำบากเงินในกระเป๋า เจ๋งจริงถึงอยากบอก

นอกเหนือจากคุณประโยชน์ในเรื่องของสารอาหารและโปรตีนที่มีอยู่ในไข่ไก่แล้ว นับว่า ไข่ขาวมีประโยชน์ต่อผิวหน้าอีกหลายประการ โดยเฉพาะโปรตีนที่อยู่ในไข่ขาวดิบซึ่งมีส่วนช่วยดูดซับสารเคมี ความมัน และสิ่งสกปรกที่ตกค้างบนผิว เรียกง่าย ๆ ว่าช่วยดีท็อกซ์ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพเลยทีเดียว งานนี้กระปุกดอทคอมเลยไม่รอช้า ขอนำสูตรเด็ด “ไข่ขาวพอกหน้า” มาฝากสาว ๆ ที่อยากหน้าใสในราคาแสนประหยัด

วิธีแรก

ก่อนพอกหน้าด้วยไข่ขาว ให้สาว ๆ ล้างทำความสะอาดผิวหน้าเสียก่อน จากนั้นจึงใช้สำลีก้อน หรือปลายนิ้วค่อย ๆ แตะไข่ขาวดิบทาให้ทั่วหน้า พอกทิ้งไว้บนใบหน้า 15-20 นาที หรือทิ้งไว้จนแห้งสนิท จากนั้นจึงล้างออกด้วยน้ำเย็นให้สะอาด ทำสูตรนี้เป็นประจำสัปดาห์ละ 3 ครั้ง หรือทำได้บ่อยครั้งตามต้องการ สาว ๆ จะสังเกตได้เลยว่าผิวหน้าจะเรียบเนียนสดใสเปล่งปลั่ง สิวเสี้ยนและสิวผดจะค่อย ๆ ลดลง แถมยังแต่งหน้าได้ง่ายและติดทนนานมากขึ้น เนื่องจากผิวหน้าสะอาดหมดจดไร้ซึ่งสิ่งตกค้าง

อีกวิธีหนึ่ง

  1. ล้างหน้าด้วยโฟม หรือ เจลหรือะไรก้อแล้วแต่ที่เราใช้ ล้างให้สะอาด ซับหน้าให้แห้ง
  2. อบไอน้ำผิวหน้า เพื่อเปิดรูขุมขน ช่วยระบบไหลเวียน ให้ไอน้ำอุ่นๆนะ สบายๆหายใจเข้าลึกๆ อย่าให้หน้าร้อนเกินไป พอหน้าเหงือๆก้อพักหายใจ แล้วค่อยไปอบหน้าอีกรอบก้อได้จนกว่าจะพอใจ
  3. ซับหน้าให้แห้ง  แล้วกะเทาะไข่ที่เพิ่งออกจากตู้เย็น เอาเฉพาะไข่ขาวนะ
  4. เก็บผมให้เรียบร้อย เตรียมท่านอนท่านั่งให้สะดวก ใช้นิ้วมือสะอาดทาไข่ลงบนผิวหน้า โดยเริ่มจากแก้ม ทาเยอะๆเลย แล้วจบที่หน้าผากเป็นขั้นตอนสุดท้าย
  5. รอให้แห้ง อย่าขยับหน้าบ่อย
  6. พอเริ่มแห้งจะตึงๆถ้าเป็นครั้งแรกจะคันหน้ายิบๆจนทนไม่ไหว พอกวันต่อมาจะไม่ค่อยคันยิบๆแล้ว
  7. ล้างด้วยน้ำเย็นให้สะอาด ถ้าไม่สะอาดจะเกิดสิวอุดตันได้
  8. น้ำที่เราล้างถ้าน้ำปกติเย็นก้อล้างได้เลย ถ้าไม่เย็นเราเปิดน้ำใส้น้ำแข็งนิดหน่อย หรือไม่ก้อเอาน้ำในตู้เย็น
  9. ตบหน้าด้วยฮาดะลาโบะสีขาว หรือตามด้วยมอยเจอไรเซออะไรก้อได้ที่ไม่มีแอลกอฮอ ไม่มีน้ำหอม แต่ถ้าไม่ใช้เลยผิวจะแห้งและเหี่ยวนะ ขอบอก อิอิ
  10. 1-9 ทำตอนเย็นนะ ตอนเช้า ล้างหน้า ทาฮาดะ ทากันแดด ทาแป้งฝุ่น แค่นี้

Cr.women. kapook. com/ view89156. html , pantip. com/topi c/ 31164121